เจาะลึก SP600S & SP1400D: แรงดัน Input/Output ส่งผลต่อการออกแบบสตริงอย่างไร? | SKE

1. ถอดรหัสสเปก (The Specs)
ความลับอยู่ที่ความสามารถในการรับแรงดัน (Input) และการจ่ายแรงดันออก (Output) ที่ต่างกันของทั้งสองรุ่น
- Max Input V: 80V
- Max Output V: 80V
- Max Current: 14A (Input) / 15A (Output)
- Max Input V: 120V (60V x 2 ช่อง)
- Max Output V: 120V
- Max Current: 20A (Input) / 20A (Output)
Buck-Boost Technology
ทั้งสองรุ่นมีวงจร Buck (ลดแรงดัน) และ Boost (เพิ่มแรงดัน) ภายในตัว ทำให้สามารถ "ยืดหยุ่น" แรงดัน Output ได้อิสระ ไม่ขึ้นกับแรงดัน Input จากแผงเสมอไป
2. ผลต่อการออกแบบสตริง (Design Impact)
แบบเดิม (No Optimizer)
ถูกจำกัดด้วย Voc (แรงดันลอยตัว) ของแผง ห้ามเกิน 1000V (ปกติได้ประมาณ 18-20 แผงต่อสตริง)
แบบ Optimized (Long String)
Optimizer สามารถ "จำกัดแรงดัน Output" ไม่ให้เกินกำหนดได้ ทำให้เราสามารถ "เพิ่มจำนวนแผงต่อสตริง" ได้มากขึ้น (เช่น เพิ่มเป็น 25-30 แผง)
ประโยชน์ (Benefit)
ลดจำนวนสตริง (String) ที่ต้องเดินสายลงมาที่ Inverter = ประหยัดค่าสายไฟ DC, ท่อร้อยสาย และค่าแรงติดตั้ง
เนื่องจาก SP1400D เป็นแบบ 2-in-1 (คุม 2 แผง) และรับแรงดัน Input ได้สูงกว่า การใช้ SP1400D จะช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ Optimizer ที่ต้องใช้ลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับ SP600S ทำให้ "Cost per Watt ถูกที่สุด" ในการทำระบบ Optimized
3. ความยืดหยุ่นในพื้นที่ "แสงน้อย"
ด้วยวงจร Buck-Boost ทำให้ Optimizer สามารถรักษา "กระแส" (Current) ในสตริงให้คงที่ แม้ว่าแรงดันของแผงนั้นจะตกเพราะโดนเงาบัง
สรุป
การเข้าใจสเปกแรงดัน Input/Output ของ Optimizer จะช่วยให้คุณออกแบบระบบที่ "ประหยัดต้นทุนสายไฟ" (BOS Cost) และ "รีดพลังงาน" ได้สูงสุด
เลือก SP600S สำหรับความละเอียด หรือเลือก SP1400D สำหรับความคุ้มค่า
บริษัท ทรัพย์ศฤงคาร เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (SKE Solar)
ตัวแทนจำหน่ายและติดตั้ง Sungrow อย่างเป็นทางการ
© 2025 บริษัท ทรัพย์ศฤงคาร เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ | Copyright © 2025 Supsaringkan Engineering Co., Ltd. All Rights Reserved.
Miss Kaewthip



