ค่าเสื่อมราคาโซล่าเซลล์: หักภาษีอย่างไรให้คุ้มที่สุด (คู่มือบัญชี & Tax Shield 2026) | SKE Solar

ค่าเสื่อมราคาโซล่าเซลล์:
ใช้เป็น Tax Shield หักภาษีอย่างไรให้คุ้มที่สุด?
เปลี่ยนรายจ่ายลงทุน (CapEx) ให้กลายเป็นเกราะป้องกันภาษีตามประมวลรัษฎากร
โซล่าเซลล์ไม่ใช่แค่เครื่องจักรผลิตไฟ แต่ในทางบัญชี มันคือ "สินทรัพย์ถาวร" (Fixed Asset) ประเภทเครื่องจักร ที่เราสามารถตัด "ค่าเสื่อมราคา" (Depreciation) มาเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายตัวนี้แหละครับ คือพระเอกขี่ม้าขาวที่จะมาช่วยลด "กำไรสุทธิทางภาษี" ทำให้บริษัทเสียภาษีน้อยลงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กฎเหล็กสรรพากร: หักได้ปีละ 20%
ตามประมวลรัษฎากร ระบบโซล่าเซลล์ถือเป็น "เครื่องจักร"
สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ต่อปี (ระยะเวลา 5 ปี)
Strategy Note: เมื่อไหร่ควรใช้ BOI?
กรณีใช้สิทธิ์ BOI (เว้นภาษี 3 ปี)
หากคุณได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีจาก BOI อยู่แล้ว (Tax Holiday) "ค่าเสื่อมราคาจะไม่ช่วยลดภาษีในช่วง 3 ปีแรก" (เพราะภาษีเป็น 0 อยู่แล้ว)
กลยุทธ์: คุณจะยังได้ประโยชน์จากค่าเสื่อมราคาในปีที่ 4 และ 5 (หลังจากหมดระยะเว้นภาษี BOI) หรือวางแผนเริ่มตัดค่าเสื่อมในจังหวะที่เหมาะสม
กรณีไม่ใช้ BOI (Non-BOI)
สำหรับโรงงานที่ไม่ได้ขอ BOI หรือวงเงิน BOI เต็มแล้ว ค่าเสื่อมราคาคือพระเอกตัวจริง ที่ช่วยลดภาระภาษีได้ทันทีปีละ 20%
กลยุทธ์: ลงบัญชีเป็นสินทรัพย์ถาวร และใช้ประโยชน์จาก Tax Shield เต็มจำนวน
ทางบัญชีเราตัดค่าเสื่อมหมดใน 5 ปี (มูลค่าทางบัญชีเหลือ 1 บาท) แต่ในทางวิศวกรรม โซล่าเซลล์ใช้งานได้จริง 25-30 ปี
นั่นหมายความว่า ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป... คุณกำลังใช้งานเครื่องจักรที่ "ไม่มีต้นทุนทางบัญชี" แล้ว (Fully Depreciated Asset) กำไรจากการผลิตไฟจะเป็นกำไรเนื้อๆ เน้นๆ ครับ
ให้ตัวเลขนำทางธุรกิจคุณ
SKE Solar พร้อมทำงานร่วมกับทีมบัญชีของคุณ เพื่อวางแผนการลงทุน
ที่ได้ประโยชน์สูงสุดทั้งทางวิศวกรรมและทางภาษี
© 2026 บริษัท ทรัพย์ศฤงคาร เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (SKE Solar)
บริการครบวงจร: วิศวกรรม | การเงิน | กฎหมาย
Miss Kaewthip


