แชร์

"เงินไปไหน?" เส้นทางฟอกเงิน Scammer สู่บัญชีม้าและคริปโต | SKE

IMG_2598.jpeg Miss Kaewthip
อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2025
162 ผู้เข้าชม

"เงินไปไหน?" เส้นทางการฟอกเงินของสแกมเมอร์ สู่ "บัญชีม้า" และการแปลงเป็น "คริปโต"


หนึ่งในคำถามที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับเหยื่อ Scammer คือ "เงินที่เสียไป มันหายไปไหน?" ทำไมตำรวจและธนาคารถึงติดตามคืนมาได้ยากนัก? คำตอบอยู่ใน "กระบวนการฟอกเงิน" (Money Laundering) ที่ซับซ้อน ซึ่งอาชญากรไซเบอร์ใช้เพื่อ "ซ่อน" ที่มาและ "ยักย้าย" เงินสกปรกให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ดูสะอาด บทความนี้ SKE จะพาไปแกะรอยเส้นทางนี้กัน


เป้าหมายสูงสุด: ทำให้ "เงินสกปรก" ดู "สะอาด"

การฟอกเงิน (Money Laundering) คือ กระบวนการที่อาชญากรใช้เพื่อปกปิด "แหล่งที่มาที่ผิดกฎหมาย" ของเงินที่ได้มา ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเงินที่ได้มาอย่างสุจริต เพื่อให้สามารถนำเงินนั้นกลับมาใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจปกติได้โดยไม่ถูกจับกุม

สำหรับ Scammer กระบวนการนี้จำเป็นอย่างยิ่งยวด เพราะเงินที่หลอกลวงมาจากเหยื่อโดยตรงนั้น "ร้อน" เกินไป หากโอนเข้าบัญชีตัวเอง จะถูกติดตามและอายัดได้ง่าย


เส้นทางเงินสกปรก: จากเหยื่อ สู่ หลุมดำดิจิทัล

กระบวนการฟอกเงินของ Scammer ยุคใหม่มักจะมี 3 ขั้นตอนหลัก ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก:

ขั้นตอนที่ 1: การจัดวาง (Placement) - "ประตูแรก" สู่ระบบการเงินผ่าน "บัญชีม้า"

  • เป้าหมาย: นำเงินสด (หรือเงินดิจิทัล) ที่ได้จากการหลอกลวง เข้าสู่ระบบธนาคารให้เร็วที่สุด
  • เครื่องมือหลัก: บัญชีม้า (Mule Accounts)
    • Scammer จะสั่งให้เหยื่อโอนเงินเข้า "บัญชีธนาคารของบุคคลอื่น" (บัญชีม้าแถวแรก) ที่ถูกเปิดขึ้นโดยคนที่รับจ้างเปิดบัญชี หรือถูกหลอกให้เปิด
    • ทำไมต้องบัญชีม้า? เพื่อ "ตัดตอน" ความเชื่อมโยงระหว่างเงินกับตัว Scammer เอง
    • ความเร็วคือหัวใจ: ทันทีที่เงินเข้าบัญชีม้าแถวแรก มันจะถูก "โอนต่อ" หรือ "ถอนออก" ภายในเวลาไม่กี่นาที!

ขั้นตอนที่ 2: การซ้อนทับ (Layering) - "เขาวงกต" ดิจิทัลเพื่อสร้างความสับสน

นี่คือขั้นตอนที่ซับซ้อนและสำคัญที่สุดในการ "กลบเกลื่อน" ร่องรอย

  • เป้าหมาย: สร้างธุรกรรมที่ซับซ้อนหลายชั้น เพื่อทำให้การติดตาม "ต้นทาง" และ "ปลายทาง" ของเงินทำได้ยากที่สุด
  • วิธีการ:
    • โอนเงินข้ามบัญชีม้าหลายทอด: เงินจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีม้าแถวที่ 2, 3, 4,... อาจเป็นสิบๆ หรือร้อยๆ บัญชี กระจายไปยังธนาคารต่างๆ
    • ผสมเงิน (Mixing): นำเงินจากเหยื่อหลายๆ คนมารวมกันในบัญชีม้าเดียว แล้วค่อยกระจายออกไปใหม่
    • ⭐ การแปลงเป็น "คริปโตเคอร์เรนซี" (Cryptocurrency Conversion): ⭐ นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ!
      • ทำไมต้องคริปโต?: เพราะมีความ "คล้าย" จะไม่ระบุตัวตน (Pseudonymous), โอนข้ามประเทศได้ง่ายและรวดเร็ว, และควบคุมโดยหน่วยงานกลางน้อยกว่า
      • ทำอย่างไร?: เงินจากบัญชีม้าจะถูกนำไป "ซื้อ" คริปโตเคอร์เรนซี (มักจะเป็น Stablecoin เช่น USDT ที่ผูกกับดอลลาร์) ผ่าน Exchange ในประเทศหรือต่างประเทศ หรือผ่านแพลตฟอร์ม P2P
      • โอนเข้า Wallet ส่วนตัว: Scammer จะโอนคริปโตฯ ที่ซื้อได้ ไปยัง "กระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet)" ที่ตนเองควบคุม ซึ่งอาจเป็น Wallet ที่ไม่ระบุตัวตน (Non-Custodial Wallet) ทำให้ตามรอยได้ยากขึ้นไปอีก
      • (ขั้นสูง) ใช้ Crypto Mixer/Tumbler: บริการที่ช่วย "ปั่น" หรือ "ผสม" เหรียญคริปโตฯ จากหลายๆ แหล่งเข้าด้วยกัน เพื่อทำลายความเชื่อมโยงระหว่างที่อยู่ต้นทางและปลายทาง

ขั้นตอนที่ 3: การรวมกลับ (Integration) - นำ "เงินสะอาด" กลับมาใช้

  • เป้าหมาย: นำเงินที่ "ฟอก" แล้ว กลับเข้ามาในระบบเศรษฐกิจปกติในรูปแบบที่ดู "ถูกกฎหมาย"
  • วิธีการ (หลังจากแปลงเป็นคริปโตฯ):
    • ถอนเป็นเงินสดในต่างประเทศ: โอนคริปโตฯ ไปยัง Exchange ในประเทศที่กฎระเบียบไม่เข้มงวด แล้วถอนออกมาเป็นเงินสดสกุลท้องถิ่น
    • ซื้อสินค้า/บริการโดยตรง: ใช้คริปโตฯ ซื้อสินค้าหรูหรา, อสังหาริมทรัพย์, หรือบริการต่างๆ ผ่านช่องทางที่รับชำระด้วยคริปโตฯ
    • ลงทุนต่อยอด: นำคริปโตฯ ไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ หรือโอนกลับเข้ามาลงทุนในธุรกิจบังหน้า

เมื่อเงินผ่านกระบวนการเหล่านี้แล้ว มันจะดูเหมือนเงินที่ได้มาอย่าง "ถูกกฎหมาย" และยากที่จะพิสูจน์ความเชื่อมโยงกลับไปยังการหลอกลวงครั้งแรก


ทำไมถึง "ตามเงินคืน" ได้ยาก?

  • ความเร็ว: เงินถูกย้ายออกจากบัญชีม้าแถวแรกเร็วมาก (ภายในไม่กี่นาที)
  • บัญชีม้าจำนวนมาก: การติดตามและอายัดบัญชีนับสิบๆ บัญชีต้องใช้เวลาและทรัพยากร
  • การแปลงเป็นคริปโตฯ: เป็น "จุดตัด" สำคัญที่ทำให้การติดตามด้วยระบบธนาคารแบบเดิมสิ้นสุดลง การตามรอยบน Blockchain ทำได้ แต่ซับซ้อนและระบุ "ตัวตน" เจ้าของ Wallet ได้ยาก
  • การโอนข้ามประเทศ: ทั้งเงินสดและคริปโตฯ ถูกโอนข้ามแดนไปยังประเทศที่อาจให้ความร่วมมือในการสืบสวนน้อย
  • ข้อจำกัดทางกฎหมายและเทคนิค: การสืบสวนคดีไซเบอร์ข้ามชาติต้องอาศัยความร่วมมือและเครื่องมือทางเทคนิคขั้นสูง

สรุป: ป้องกัน คือทางรอดที่ดีที่สุด

เส้นทางการฟอกเงินของ Scammer คือ "เขาวงกตดิจิทัล" ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ การทำความเข้าใจเส้นทางนี้ช่วยให้เราเห็นภาพว่าทำไมการ "ตามเงินคืน" ถึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งยวด

ดังนั้น "การป้องกัน" ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่แรก ด้วยการมีสติ, การตรวจสอบ (Pause. Think. Verify.), และการใช้ Digital Hygiene ที่ดี จึงเป็น "เกราะป้องกัน" ที่สำคัญและมีประสิทธิภาพที่สุดในการปกป้องทรัพย์สินของคุณ



---

ติดต่อสอบถามและประเมินหน้างานฟรี:** (สำหรับโซล่าเซลล์เท่านั้นนะครับ! )
บริษัท ทรัพย์ศฤงคาร เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (SKE Solar)
โทร: 045-905-215
เว็บไซต์: www.supsaringkan.co.th
Facebook: facebook.com/SKESolarEnergyUbon
LINE: @supsaringkan97
#โซลาร์เซลล์ #ติดตั้งโซลาร์เซลล์ #ลดค่าไฟ #SKESolar #พลังงานแสงอาทิตย์ #การลงทุน



IMG_2598.jpeg
Miss Kaewthip
Sharing management perspectives and strategies from direct experience as a Managing Director, with drive and determination inspired by Confucian philosophy.
บทความที่เกี่ยวข้อง
Social Engineering: ศาสตร์ "แฮ็กมนุษย์" ที่น่ากลัวกว่าแฮ็กคอมพิวเตอร์
SKE เจาะลึก Social Engineering (วิศวกรรมสังคม) ศาสตร์แห่งการแฮ็กมนุษย์ที่ Scammer ใช้หลอกลวง รู้ทันเทคนิค Pretexting, Baiting, Phishing เพื่อป้องกันตัว
"บัญชีม้า" คืออะไร? ทำไมรับจ้างเปิดบัญชีถึงเป็นอาชญากร | SKE
SKE เตือนภัย! "บัญชีม้า" คืออะไร? เจาะลึกกลไกฟอกเงินของ Scammer และโทษทางกฎหมายร้ายแรงของการรับจ้างเปิดบัญชีหรือให้ยืมบัญชี
"Dark Pattern" คืออะไร? ดีไซน์ที่จงใจหลอกให้คุณกดยินยอม | SKE
SKE เจาะลึก "Dark Pattern" (รูปแบบมืด) เทคนิคการออกแบบ UI/UX ที่จงใจหลอกลวงให้ผู้ใช้กดยินยอม, สมัครบริการ, หรือให้ข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ รู้ทันเพื่อป้องกัน
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ