เจาะลึก "วัดเรืองแสง" วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว: ศรัทธา ศิลปะ และความมหัศจรรย์ยามค่ำคืน
อัพเดทล่าสุด: 22 ก.ย. 2025
841 ผู้เข้าชม

เจาะลึก "วัดเรืองแสง" วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว: ศรัทธา ศิลปะ และความมหัศจรรย์ยามค่ำคืน
บทนำ:
ท่ามกลางเนินเขาสูงในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี มีวัดแห่งหนึ่งที่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมแห่งศรัทธา แต่ยังเป็นที่ประจักษ์ในความงามทางศิลปะอันน่าทึ่ง นั่นคือ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่นักท่องเที่ยวขนานนามว่า "วัดเรืองแสง" สถานที่แห่งนี้มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยภาพของต้นกัลปพฤกษ์สีเขียวที่เรืองรองสว่างไสวขึ้นมาในความมืดมิดของยามราตรี บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมา แรงบันดาลใจ และทุกข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนไปเยือน
ประวัติความเป็นมา: จากวัดป่าสู่พุทธสถานอันวิจิตร
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว เดิมเป็นสำนักสงฆ์ที่เงียบสงบ ก่อตั้งโดย พระครูกมลวิสุทธิ์ (หลวงปู่กมล กมโล) ซึ่งเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ ท่านได้เลือก "เนินเขาภูพร้าว" แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เนื่องจากมีความเงียบสงบและสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำสิรินธรและฝั่งประเทศลาวได้อย่างสวยงาม
ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 วัดแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานวิสุงคามสีมา และที่สำคัญคือ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า "วัดสิรินธรวราราม" ซึ่งหมายถึงวัดของสมเด็จพระเทพฯ ที่มีความดีงามและตั้งอยู่บนภูพร้าว นับเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดของวัด
แรงบันดาลใจเบื้องหลังสถาปัตยกรรมและศิลปะเรืองแสง
ความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้ เกิดจากแรงบันดาลใจและความเคารพของพระครูกมลวิสุทธิ์
พระอุโบสถ: ตัวอาคารพระอุโบสถได้รับแรงบันดาลใจมาจาก วัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมล้านช้างที่งดงาม เพื่อเป็นการรำลึกถึง วัดป่าโพนเพา ซึ่งเป็นวัดเดิมของท่านก่อนที่จะย้ายมาจำพรรษาที่ภูพร้าวแห่งนี้
ศิลปะเรืองแสง "ต้นกัลปพฤกษ์": นี่คือหัวใจสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ภาพต้นกัลปพฤกษ์ที่ด้านหลังพระอุโบสถ ออกแบบและสร้างสรรค์โดย ช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ ผู้เป็นทั้งช่างและศิษย์ของหลวงปู่กมล
เทคนิค: ช่างได้ใช้ สารเรืองแสงฟอสเฟอร์ (Phosphor) มาเป็นส่วนผสมในสีที่ใช้วาด ทำให้ต้นกัลปพฤกษ์และดวงดาวโดยรอบสามารถ "เก็บพลังงานแสง" ในช่วงกลางวัน และ "คายพลังงาน" ออกมาเป็นแสงสีเขียวเรืองรองในยามค่ำคืน
ความหมาย: ต้นกัลปพฤกษ์คือต้นไม้ในป่าหิมพานต์ตามความเชื่อโบราณ เป็นต้นไม้แห่งความปรารถนา การเรืองแสงขึ้นมาในความมืดเปรียบเสมือนธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ยังคงส่องสว่างนำทางให้แก่สรรพสัตว์แม้ในยามที่มืดมิด
ไฮไลท์อื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด
จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก: บริเวณลานหน้าวัดเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำสิรินธรได้อย่างกว้างไกล เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง
ประติมากรรมพญานาค: บริเวณทางเข้าและรอบพระอุโบสถมีประติมากรรมพญานาคที่อ่อนช้อยและงดงาม
ความสงบภายในพระอุโบสถ: ภายในประดิษฐานพระประธานให้ได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล
คู่มือสำหรับผู้มาเยือนวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว
เวลาเปิด-ปิด:
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 21:00 น.
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมแสง:
ควรเดินทางไปถึงวัดก่อนพระอาทิตย์ตกดิน (ประมาณ 17:00 - 18:00 น.) เพื่อจะได้ชมความงามของวัดและทิวทัศน์โดยรอบในแสงธรรมชาติ และชมพระอาทิตย์ตก
การเรืองแสงจะเริ่มเห็นชัดเจนเมื่อท้องฟ้ามืดสนิท ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:30 น. เป็นต้นไป ยิ่งมืด ยิ่งสวย
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ:
094-519-6999 (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม)
ที่ตั้งและโลเคชั่น (Location):
ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำสิรินธร ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/3q2oN1v5hLdY3B5G8
ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
การแต่งกาย: กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่
การถ่ายภาพ: สามารถใช้แฟลชช่วย "ชาร์จแสง" ที่ต้นไม้ได้ โดยการฉายไฟไปที่ภาพวาดสักครู่ แล้วปิดไฟ จะทำให้ภาพเรืองแสงสว่างขึ้นชั่วขณะ
สิ่งอำนวยความสะดวก: บริเวณวัดมีลานจอดรถ ห้องน้ำ และร้านค้าสวัสดิการบริการ
บทนำ:
ท่ามกลางเนินเขาสูงในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี มีวัดแห่งหนึ่งที่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมแห่งศรัทธา แต่ยังเป็นที่ประจักษ์ในความงามทางศิลปะอันน่าทึ่ง นั่นคือ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่นักท่องเที่ยวขนานนามว่า "วัดเรืองแสง" สถานที่แห่งนี้มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยภาพของต้นกัลปพฤกษ์สีเขียวที่เรืองรองสว่างไสวขึ้นมาในความมืดมิดของยามราตรี บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมา แรงบันดาลใจ และทุกข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนไปเยือน
ประวัติความเป็นมา: จากวัดป่าสู่พุทธสถานอันวิจิตร
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว เดิมเป็นสำนักสงฆ์ที่เงียบสงบ ก่อตั้งโดย พระครูกมลวิสุทธิ์ (หลวงปู่กมล กมโล) ซึ่งเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ ท่านได้เลือก "เนินเขาภูพร้าว" แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เนื่องจากมีความเงียบสงบและสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำสิรินธรและฝั่งประเทศลาวได้อย่างสวยงาม
ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 วัดแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานวิสุงคามสีมา และที่สำคัญคือ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า "วัดสิรินธรวราราม" ซึ่งหมายถึงวัดของสมเด็จพระเทพฯ ที่มีความดีงามและตั้งอยู่บนภูพร้าว นับเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดของวัด
แรงบันดาลใจเบื้องหลังสถาปัตยกรรมและศิลปะเรืองแสง
ความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้ เกิดจากแรงบันดาลใจและความเคารพของพระครูกมลวิสุทธิ์
พระอุโบสถ: ตัวอาคารพระอุโบสถได้รับแรงบันดาลใจมาจาก วัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมล้านช้างที่งดงาม เพื่อเป็นการรำลึกถึง วัดป่าโพนเพา ซึ่งเป็นวัดเดิมของท่านก่อนที่จะย้ายมาจำพรรษาที่ภูพร้าวแห่งนี้
ศิลปะเรืองแสง "ต้นกัลปพฤกษ์": นี่คือหัวใจสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ภาพต้นกัลปพฤกษ์ที่ด้านหลังพระอุโบสถ ออกแบบและสร้างสรรค์โดย ช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ ผู้เป็นทั้งช่างและศิษย์ของหลวงปู่กมล
เทคนิค: ช่างได้ใช้ สารเรืองแสงฟอสเฟอร์ (Phosphor) มาเป็นส่วนผสมในสีที่ใช้วาด ทำให้ต้นกัลปพฤกษ์และดวงดาวโดยรอบสามารถ "เก็บพลังงานแสง" ในช่วงกลางวัน และ "คายพลังงาน" ออกมาเป็นแสงสีเขียวเรืองรองในยามค่ำคืน
ความหมาย: ต้นกัลปพฤกษ์คือต้นไม้ในป่าหิมพานต์ตามความเชื่อโบราณ เป็นต้นไม้แห่งความปรารถนา การเรืองแสงขึ้นมาในความมืดเปรียบเสมือนธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ยังคงส่องสว่างนำทางให้แก่สรรพสัตว์แม้ในยามที่มืดมิด
ไฮไลท์อื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด
จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก: บริเวณลานหน้าวัดเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำสิรินธรได้อย่างกว้างไกล เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง
ประติมากรรมพญานาค: บริเวณทางเข้าและรอบพระอุโบสถมีประติมากรรมพญานาคที่อ่อนช้อยและงดงาม
ความสงบภายในพระอุโบสถ: ภายในประดิษฐานพระประธานให้ได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล
คู่มือสำหรับผู้มาเยือนวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว
เวลาเปิด-ปิด:
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 21:00 น.
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมแสง:
ควรเดินทางไปถึงวัดก่อนพระอาทิตย์ตกดิน (ประมาณ 17:00 - 18:00 น.) เพื่อจะได้ชมความงามของวัดและทิวทัศน์โดยรอบในแสงธรรมชาติ และชมพระอาทิตย์ตก
การเรืองแสงจะเริ่มเห็นชัดเจนเมื่อท้องฟ้ามืดสนิท ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:30 น. เป็นต้นไป ยิ่งมืด ยิ่งสวย
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ:
094-519-6999 (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม)
ที่ตั้งและโลเคชั่น (Location):
ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำสิรินธร ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/3q2oN1v5hLdY3B5G8
ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
การแต่งกาย: กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่
การถ่ายภาพ: สามารถใช้แฟลชช่วย "ชาร์จแสง" ที่ต้นไม้ได้ โดยการฉายไฟไปที่ภาพวาดสักครู่ แล้วปิดไฟ จะทำให้ภาพเรืองแสงสว่างขึ้นชั่วขณะ
สิ่งอำนวยความสะดวก: บริเวณวัดมีลานจอดรถ ห้องน้ำ และร้านค้าสวัสดิการบริการ
บทความที่เกี่ยวข้อง
สักการะหลวงพ่อเงิน 700 ปี วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง อุบลราชธานี พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ขุดพบจากลำน้ำมูล เสริมสิริมงคลให้ชีวิต พร้อมไอเดียติดโซลาร์เซลล์ให้วัด
รวมพิกัดร้านอาหารริมโขง อำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี ชี้เป้าเมนูปลาคังสด ต้มยำรสแซ่บ พร้อมชมวิวแม่น้ำสองสี อัปเดตเวลาเปิดปิด และทริคลดค่าไฟร้านอาหารด้วยโซลาร์เซลล์
ชี้เป้า 20 ร้านแจ่วบอง ปลาร้าบองสับสมุนไพร เมืองอุบลราชธานี ของฝากรสเด็ด กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ โคตรฟิน อัปเดตพิกัด พร้อมทริคลดค่าไฟร้านของฝากด้วยโซลาร์เซลล์
Miss Kaewthip


